สนทนาภาษาอังกฤษในวันตรุษจีน

新年快乐 (xīn nián kuài lè)

Happy Chinese New Year

ซินเจี่ยหยู่อี่ ซินนี้ฮวดไซ้! ประโยคนี้หลายท่านอาจพูดกับญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทมิตรสหายในวันนี้กันมาตลอดทั้งวัน แต่ในวันนี้ TakeMeTour ขอฉีกกฏมาพูดภาษาอังกฤษและแลกเปลี่ยนประวัติตรุษจีน ให้เราไปเล่าความสำคัญและเรื่องราวที่น่าสนใจให้แก่เพื่อนชาวต่างชาติกันดีกว่า

วันตรุษจีน สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ตามปฏิทินจันทรคติของจีน เดิมมักใช้ระยะเวลาฉลองยาวนานถึง 15 วัน แต่ปัจจุบันในประเทศไทยนิยมทำฉลองอยู่ 3 วัน ได้แก่ วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว โดยจะสวมเสื้อผ้าสีแดงเพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคล และถวายอาหารให้แก่เทพเจ้าและบรรพบุรุษเพื่อความเป็นสิริมงคล

มังกรในตำนานของจีนมักจะปรากฏให้เห็นพร้อมกับลูกแก้ว ไม่ว่าจะคาบอยู่ในปาก กำอยู่ในกรงเล็บ หรือไล่ตามลูกแก้วยามเราดูแห่มังกร ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดบันทึกไว้ว่าเหตุใดทำไมมังกรถึงต้องอยู่คู่กับลูกแก้ว แต่นักวิชาการได้สันนิษฐานหนึ่งที่พอมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นกล่าวไว้ว่า เมื่อศาสนาพุทธเข้ามามีบทบาทและความสำคัญขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ชาวจีนก็ได้ผนวกนำความเชื่อทางด้านพุทธศาสนาเข้ากับความเชื่อพื้นถิ่นอย่างมังกรเข้ากับพุทธศาสนา โดยลูกแก้วอาจหมายถึงลูกแก้วตรีรัตนะ หรือลูกแก้วสามประการในพุทธศาสนาที่หมายถึงพระรัตนตรัยแทนจากความหมายเดิมไปอีกด้วย

ส่วนตำนานการวิ่งไล่ลูกแก้วมาจากนิทานพื้นถิ่นเดิมเล่าต่อกันมาว่ามังกรชอบในของมีค่าดั่งเช่นทองคำและอัญมณี เมื่อเห็นดวงอาทิตย์ (บ้างก็กล่าวว่าดวงจันทร์) สุขสว่างอยู่บนท้องฟ้าก็ไล่ตามแสงสว่างอยู่เรื่อยไป

ซองสีแดงที่เป็นที่อยากได้ของลูกหลาน หรืออั่งเปา เป็นวัฒนธรรมการมอบโชคและความสุขจากผู้เฒ่าผู้แก่ไปสู่ลูกหลาน หรือลูกหลานมอบให้ผู้ใหญ่เพื่อเป็นการอวยพรให้มีอายุมั่นขวัญยืนต่อไป มีมาตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ที่ร้อยกันเป็นเหรียญเข้ากับด้ายสีแดงเป็นพวงมอบให้กัน จนกระทั่งปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นซองแดงแทนเมื่อพัฒนาสกุลเงินจากเหรียญสู่พันธบัตร

มีตำนานจีนสมัยโบราณกล่าวเกี่ยวกับที่มา ที่เล่าขานต่อกันมาว่า เหนี่ยน – 年 (Nian) เป็นปีศาจที่จะลงมายังโลก ในช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านระหว่างปีเก่าสู่ปีใหม่ เพื่อลักพาตัวเด็กๆ วิธีการป้องกัน คือ ผู้ใหญ่จะมอบถุงเงินให้แก่เด็กๆ ไว้ ในคืนก่อนปีใหม่ เพื่อที่ว่าเมื่อเจอกับปีศาจแล้วจะใช้เงินในซองติดสินบนเจ้าปีศาจหรือวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มาพาตัวไป

บางตำนานก็กล่าวว่า เป็นการป้องกันจากวิญญาณร้ายนามว่า สุย – 祟 (Sui) ที่จะมาในค่ำคืนก่อนปีใหม่ หากมันได้สัมผัสศีรษะเด็กคนใด ก็จะต้องมลทินมีโชคร้ายไปตลอดปี พ่อแม่จะต้องอยู่เฝ้าลูกตลอดคืนจนถึงเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณตนนี้เข้ามาในคืนนั้น แต่กลับมีครอบครัวหนึ่งมอบเหรียญทองให้แก่ลูกก่อนนอน เมื่อมันเข้ามา แสงของเหรียญทองสะท้อนกับจันทร์ทำให้วิญญาณร้ายหนีหายไป กลายเป็นเรื่องบอกต่อกันมาจนกลายเป็นธรรมเนียมในปัจจุบัน